ข้อดี ข้อเสีย ข้อเดียวกัน

หนึ่งในความภาคภูมิใจของตัวเอง คือ มีนิสัยรักการอ่าน

ต้องขอบคุณพ่อแม่ และบุคคลรายรอบ ที่เอื้อต่อการปลูกฝังนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เล็กๆ โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาคือหนังสือที่เปี่ยมไปด้วยสาระ “ขายหัวเราะ”

เป็นแฟนที่เหนียวแน่นของขายหัวเราะ (อย่างเดียวนะคะ มหาสนุก เบบี้ หนูจ๋า ไม่ใช่สไตล์ของเรา) อ่านมาตั้งแต่จำความได้ เมื่อก่อนแม่จะขายของในตลาดสด (แน่หล่ะ เราเป็นลูกแม่ค้า) ลูกของเจ้าของตลาดเป็นผู้บริหารโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ด้วยความมีวิสัยทัศน์ คุณครูคนนี้ก็เปิดร้านขายหนังสือ เป็นแผงเล็กๆ อยู่ในบ้าน

เราก็เป็นลูกค้าที่เหนียวแน่น จนตอนหลังขยับไปเป็นเด็กเฝ้าร้าน อาจด้วยความที่เขาไว้ใจ ก็เลยได้ไปนั่งอ่านหนังสือฟรี (โดยต้องเฝ้าร้านให้เค้าเป็นการแลกเปลี่ยน) เป็นภาระงานที่ไม่มีพันธะผูกพันให้ต้องเจ็บปวด (ฮ่าฮ่า) ตราบใดที่ยังเฝ้าร้านให้ เราก็จะมีอำนาจในการเลือกหยิบหนังสือได้ตามต้องการ

หากใครที่อ่านหนังสือมากๆ จะเข้าใจว่า เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ความเร็วในการอ่านหนังสือจะเพิ่มขึ้น จนรู้ได้ว่า ต้องวางสายตาตรงไหนเพื่อจะจับความในหนังสือได้อย่างรวดเร็ว

ไม่เคยเทียบวัดความเร็ว แต่แทบทุกคนที่รู้จักจะบอกว่าเราเป็นคนอ่านหนังสือเร็วมาก

น่าอิจฉาใช่ไหม?

แต่อย่าเลย เพราะความที่อ่านเร็ว ก็เหมือนรถที่วิ่งไปสู่จุดหมายปลายทางได้เร็วกว่าคนอื่น หรือเทียบให้เห็นภาพ คือ อ่านหนังสือ ด้วยความเร็วเท่ากับคนที่นั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่ เมื่อเทียบกับคนอื่นที่อาจจะขับรถหรือว่านั่งรถไฟไป

แล้วมันแย่ตรงไหน?

ก็ไม่ได้แย่มากมาย แต่หลายครั้ง ทำให้เราพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในหนังสือไป

ถ้าอ่านนิยาย อ่านจบก็จะได้ความว่าเรื่องเป็นแบบไหน แต่บางทีจำชื่อพระเอกนางเอกไม่ค่อยจะได้

อ่านบทความ ก็จะรู้ว่าพูดเรื่องอะไร แต่รายละเอียดปลีกย่อย จำไม่ค่อยได้แล้ว

ปัญหาก็คือ เป็นครูบาอาจารย์ ข้อมูลต้องแน่น..

ทำให้ต้องลดความเร็วในการอ่านลง เพื่อเก็บรายละเอียดให้แม่นยำ

อีกเรื่องคือ เรื่องบางเรื่องที่อ่านไปแล้ว บางครั้งต้องทำใจ อ่านซ้ำๆ

ไอ้การทำซ้ำ เป็นสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมากๆ ในตอนแรก เพราะเราเป็นประเภท จบแล้วจบเลย อ่านเล่มนี้จบไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะได้มีโอกาสมาอยู่ในอุ้งมือเราอีก

แต่ตอนนี้ต้องพยายามทำ

แต่ฝึกแล้วก็รู้สึกดี

บางเรื่อง เราคิดว่าเราอ่านแล้วเข้าใจสิ่งที่อ่าน พอไปอ่านอีกครั้ง ความเข้าใจที่มีในเรื่องเดิมจะลึกขึ้น ตีประเด็นได้ชัดเจนมากขึ้น

เคยฟังวิทยากรท่านหนึ่งที่มาบรรยายที่คณะ แล้วบอกว่า ข้อดีที่สำคัญของการเป็นอาจารย์ คือ การที่มีคนมาจ้างให้เราอ่านหนังสือ!

ใช่เลยค่ะ การอ่านเป็นน้ำหล่อเลี้ยง และก่อให้เกิดความชุ่มชื่นแก่ชีวิต เป็นตัวสร้างจินตนาการ และเป็นภูมิคุ้มกันที่จะทำให้เราพร้อมที่จะก้าวเดินในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยความมั่นใจ

สำหรับคนที่ได้อ่านเรื่องราวของเราในวันนี้

ท่านทำให้อัตราการอ่านหนังสือของคนไทยมีค่าเฉลี่ยทีดีขึ้นแล้ว

ขอบคุณค่ะ

ป.ล. ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาฯ ปี 2550 คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยวันละ 12 บรรทัด หรือ ปีละ สองเล่ม!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s